... " สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า...วันนี้เขาอยู่หรือจากไป
สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน
ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง
และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้ "...
ประโยคนี้กินใจ เจ็บลึก จนถึงก้นบึ้งของหัวใจ จนผมต้องตามหาที่มาที่ไป
หาจนแล้วจนรอด
บ่อยครั้ง...ที่ "ชีวิตผิดพลาด"..ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น
ซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์...ให้
เสียใจ และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าคำตอบที่สร้างขึ้นมานั้น มัน "ไม่ใช่ความจริง" ที่จะ
ทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย
"ความเศร้า...นั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ข้อเสียคือทำให้เราโศกาอาดูร แต่ข้อดีของมันคือ...สอนให้เรารู้ว่าเราจะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก"
เหมือนกันหมดเช่นเดียวกัน
หาจนแล้วจนรอด
ในที่สุดก็พบแหล่งที่มา ของ ข้อความข้างบน
..........
ก้อเลยอยากนำเสนอให้เพื่อนๆที่รักทุกๆคน
ทั้งที่กำลังจะมีความรัก หรือมีแล้วรักซึ่งต้องรักษา
ได้มาลองสัมผัส ..." รัก "... ในอีกแง่มุมบ้าง
บ่อยครั้ง...ที่ "ชีวิตผิดพลาด"..ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น
ซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์...ให้
เสียใจ และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ
ทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย
เรา...ต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง และพร้อมที่จะเป็นคนใหม่
แย่ลงกว่าเดิมทุกวันๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ารสชาติของมัoสุดแสนจะขมขื่นมากมาย
เพียงใด เพราะ "เราเริ่มต้นใหม่ไม่เป็น"... เราเลยยังทุกข์ระทม
ไปกับความผิดพลาดของชีวิต สิ้นสุดแล้วแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้..
"ไปไม่เป็น"...เหมือนจะ..."มองเห็นทาง "
"รู้ว่าเสียใจแต่ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา"
แต่ก็เลือกที่จะปิดหู ปิดตา และไม่พยายามจะเปิดใจ เราจึงต้องอยู่กับความ
เศร้าเสียใจอยู่ทุกคืนทุกวัน ตอกย้ำความผิดพลาดให้ตัวเองอยู่อย่างนั้น
ลองมองดู "วิถีดอกทานตะวัน" บ้างสิ ชีวิตมีแต่ความเบิกบาน
แสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชีวิตทุกชีวิต..."ยังคงมีชีวิต" แม้ยามที่
ดอกทานตะวันร่วงโรย ก็ยังคงทิ้งเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโต งอกงามและรับ
แสงตะวันได้ใหม่อีกครั้ง
เพราะฉะนั้น..."เราต้องไม่ปิดตัวเอง แล้วจมอยู่กับความคิดที่ว่าชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ไม่ได้"
อย่า...ทำร้ายตัวเองด้วยการเศร้าเสียใจ แล้วปล่อยให้ชีวิตมันไหลไป เรื่อยๆ อย่างไม่มีคุณค่าและไร้จุดมุ่งหมาย จงใช้ชีวิตให้เป็นดั่งเช่นดอกทานตะวัน แม้ยามผิดพลาด เสียใจ ก็จะมีทางออกของชีวิตเสมอ อับจนหนทางอย่างไร แสงสว่างจากดวงตะวันก็จะคอยส่องทางให้เราได้พบเจอทางออก
แม้ว่า...ชีวิตจะยังมืดมน จะยังคงจมอยู่กับความผิดพลาด
เศร้าใจ ก็จงเศร้าให้ถึงที่สุด เสียใจ ก็จงเสียใจเสียให้พอ หากยังร้องไห้
ขอให้ระบายน้ำตาออกมา อย่ากักเก็บมันไว้ เมื่อเราเสียใจอย่างถึงที่สุดแล้ว
ที่ใช้บทเรียนจากอดีตเป็นเหมือนเข็มทิศคอยช่วยบอกทางแก่ชีวิต เพราะ...
"ความเศร้า...นั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ข้อเสียคือทำให้เราโศกาอาดูร แต่ข้อดีของมันคือ...สอนให้เรารู้ว่าเราจะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก"
ใครบางคน ?? ...เคยบอกเอาไว้ตอนที่เสียใจกับความผิดพลาด
ของชีวิต เพราะฉะนั้นแล้วเกิดเป็นคน มีความรู้สึกรู้สาเหมือนกันหมด
สามารถเศร้าเสียใจกับอดีตที่ผิดพลาดได้เหมือนกันหมด และก็เริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมดเช่นเดียวกัน
ขอเพียงกล้าที่จะเป็น..."นกปีกหัก"...ที่พร้อมจะรักษาตัวเอง
และออกเดินทางได้โดยไม่กลัวว่าหนทางข้างหน้า จะผิด พลาดซ้ำสอง อย่าลืมนะว่า…
..."เรามีโอกาสผิดพลาดได้บ่อยครั้งเท่าไหร่ เราก็เดินถูกทางมากขึ้นเท่านั้น... "
--------------------------------------------------------------------------------
..สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า...วันนี้เขาอยู่หรือจากไป
สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน
ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว
อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง
และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้ ...
ขอขอบคุณที่มา
คลิ๊กรายละเอียดเพิ่มเติม








